ลำดับไพ่สามกอง และการนับแต้ม

ไพ่สามกองตัดสินแพ้–ชนะด้วยการเทียบ “ความแรงของชุดไพ่” แบบโป๊กเกอร์มาตรฐาน หน้านี้รวมตารางลำดับไพ่ทั้ง 10 ชุด กติกาพิเศษของกองหน้า วิธีตัดสินเมื่อไพ่เสมอ และตัวอย่างการเทียบกองแบบเข้าใจง่าย

ตารางลำดับความแรงของไพ่ (10 ชุด)

ลำดับจาก แรงที่สุด (อันดับ 1) ไปหา อ่อนที่สุด ถ้าสองกองเป็นชุดเดียวกัน ให้ดูที่แต้มไพ่ในชุด และไล่ดูใบสูงสุดเป็นตัวตัดสิน

อันดับชื่อชุดไพ่คำอธิบายตัวอย่าง
1รอยัลสเตรทฟลัชเรียง 10-J-Q-K-A ดอกเดียวกัน (ชุดที่แรงสุด)A♥K♥Q♥J♥10♥
2สเตรทฟลัชไพ่เรียงกัน 5 ใบ และเป็นดอกเดียวกัน9♠8♠7♠6♠5♠
3โฟร์คาร์ด (ตอง 4)ไพ่แต้มเดียวกัน 4 ใบJ♠J♥J♦J♣
4ฟูลเฮาส์ตอง (3 ใบ) + คู่ (2 ใบ)8♠8♥8♦K♠K♥
5ฟลัชดอกเดียวกัน 5 ใบ (ไม่ต้องเรียง)A♦J♦8♦5♦2♦
6สเตรทไพ่เรียงกัน 5 ใบ คละดอก10♠9♥8♦7♣6♠
7ตอง (ทรีออฟอะไคนด์)ไพ่แต้มเดียวกัน 3 ใบ5♠5♥5♦
8ทูแพร์ไพ่คู่ 2 คู่Q♠Q♥4♣4♦
9วันแพร์ไพ่คู่ 1 คู่10♠10♥
10ไฮการ์ดไม่เข้าชุดใดเลย ตัดสินที่ใบสูงสุดA♠J♥8♣

ลำดับแต้มของไพ่แต่ละใบ

เมื่อชุดไพ่เท่ากัน จะใช้แต้มของไพ่มาตัดสิน โดยเรียงจากสูงไปต่ำดังนี้:

A > K > Q > J > 10 > 9 > 8 > 7 > 6 > 5 > 4 > 3 > 2

ข้อยกเว้นเรื่องสเตรท: ในชุดเรียง (สเตรท/สเตรทฟลัช) ไพ่ A ใช้เป็นใบสูงสุดในชุด 10-J-Q-K-A หรือเป็นใบต่ำสุดในชุด A-2-3-4-5 ก็ได้ แต่ใช้เป็นตัวกลางของการเรียงไม่ได้

กติกาพิเศษของ “กองหน้า” (3 ใบ)

เพราะกองหน้ามีไพ่แค่ 3 ใบ จึงทำชุดไพ่ 5 ใบอย่างสเตรทหรือฟลัชไม่ได้ ชุดที่เป็นไปได้ในกองหน้ามีเพียง 3 แบบ:

  • ตอง (3 ใบแต้มเดียวกัน) — แรงที่สุดในกองหน้า และถือว่าหายาก มักได้โบนัสพิเศษ
  • วันแพร์ (มีคู่ 1 คู่ + ไพ่เดี่ยว 1 ใบ)
  • ไฮการ์ด (ไพ่เดี่ยวล้วน ตัดสินที่ใบสูงสุด)

เมื่อไพ่เสมอกัน ตัดสินอย่างไร?

ถ้าสองกองเป็นชุดเดียวกัน ให้ไล่เทียบตามลำดับนี้:

  1. เทียบแต้มของชุดหลักก่อน

    เช่น ตอง K ชนะ ตอง Q, หรือคู่ A ชนะคู่ K

  2. ถ้ายังเท่ากัน เทียบไพ่ข้าง (คิกเกอร์)

    ไล่ดูใบที่เหลือจากสูงสุดลงมาทีละใบ ใครมีใบสูงกว่าเป็นผู้ชนะ

  3. ถ้าเท่ากันทุกใบ = เสมอ

    กองนั้นถือว่าเสมอ ทั้งสองฝ่ายได้ 0 แต้มในกองนั้น (บางวงใช้กติกา “เจ้ามือได้เปรียบ” ควรตกลงก่อนเล่น)

ตัวอย่างการเทียบกอง

สถานการณ์: เทียบ “กองหลัง” ของผู้เล่น A กับผู้เล่น B

ผู้เล่น A: K♠K♥K♦7♣7♥ = ฟูลเฮาส์ (ตอง K)

ผู้เล่น B: A♦Q♦9♦6♦3♦ = ฟลัช

ผล: ฟูลเฮาส์ (อันดับ 4) แรงกว่าฟลัช (อันดับ 5) ดังนั้น ผู้เล่น A ชนะกองหลัง ได้ +1 แต้ม จากนั้นทำแบบเดียวกันกับกองกลางและกองหน้า แล้วรวมแต้ม

ความหายากของแต่ละชุดไพ่

ยิ่งชุดไพ่แรง ยิ่งเจอยาก ตารางด้านล่างคือโอกาสโดยประมาณที่จะสุ่มได้ชุดไพ่นั้นจากการหยิบไพ่ 5 ใบ (อ้างอิงความน่าจะเป็นมาตรฐานของโป๊กเกอร์) จะช่วยให้เข้าใจว่าทำไมการได้ฟูลเฮาส์หรือโฟร์คาร์ดในกองหลังถึงถือเป็นเรื่องน่าดีใจ:

ชุดไพ่โอกาสสุ่มเจอ (ไพ่ 5 ใบ)ความถี่
รอยัลสเตรทฟลัช~0.00015%หายากที่สุด
สเตรทฟลัช~0.0014%หายากมาก
โฟร์คาร์ด~0.024%หายากมาก
ฟูลเฮาส์~0.14%หายาก
ฟลัช~0.20%หายาก
สเตรท~0.39%ค่อนข้างหายาก
ตอง~2.1%พบบ้าง
ทูแพร์~4.8%พบบ่อย
วันแพร์~42%พบบ่อยมาก
ไฮการ์ด~50%พบบ่อยที่สุด
ข้อควรรู้: ตัวเลขนี้คือการสุ่มไพ่ 5 ใบตรง ๆ แต่ในไพ่สามกองคุณมีไพ่ในมือถึง 13 ใบให้ “เลือก” ชุดที่ดีที่สุด โอกาสทำชุดแรง ๆ จึงสูงกว่านี้มาก นี่คือเหตุผลที่ทักษะการจัดกองสำคัญ

ชุดไพ่ไหนควรวางกองไหน?

เมื่อรู้ลำดับความแรงแล้ว หลักการวางเบื้องต้นคือ “เก็บชุดที่แรงที่สุดไว้กองหลัง” แล้วไล่ลงมา:

  • กองหลัง (5 ใบ): ควรเป็นชุดที่แรงสุดในมือ เช่น ฟูลเฮาส์ ฟลัช สเตรท หรืออย่างน้อยทูแพร์ที่ใหญ่
  • กองกลาง (5 ใบ): ชุดความแรงรองลงมา เช่น สเตรท ตอง หรือทูแพร์ — ต้องไม่แรงเกินกองหลัง
  • กองหน้า (3 ใบ): เก็บคู่หรือไพ่สูงไว้ชิงแต้ม แต่ต้องไม่แรงเกินกองกลาง (ทำได้แค่ไฮการ์ด/คู่/ตอง)

อ่านหลักการวางแบบเจาะลึกและการเลี่ยงฟาวล์ได้ที่หน้า เทคนิคจัดกองไพ่สามกอง

คำถามที่พบบ่อยเรื่องลำดับไพ่

ฟลัชกับสเตรท อันไหนใหญ่กว่ากัน?

ฟลัชใหญ่กว่า (อันดับ 5) ส่วนสเตรทอยู่อันดับ 6 เพราะการรวมไพ่ให้ดอกเดียวกัน 5 ใบทำได้ยากกว่าการเรียงเลข

ตองกับสเตรท อันไหนแรงกว่า?

สเตรทแรงกว่าตอง — สเตรทอยู่อันดับ 6 ส่วนตองอยู่อันดับ 7

ไพ่ A ใหญ่สุดหรือเล็กสุด?

ปกติ A ใหญ่ที่สุด แต่ในชุดเรียง A ใช้เป็นใบเล็กสุดในสเตรท A-2-3-4-5 ได้ (ใช้เป็นตัวกลางของการเรียงไม่ได้)

กองหน้า 3 ใบทำฟลัชหรือสเตรทได้ไหม?

ไม่ได้ กองหน้ามีแค่ 3 ใบ จึงทำได้เพียง ไฮการ์ด คู่ หรือตอง เท่านั้น

ก้าวต่อไป: เข้าใจลำดับไพ่แล้ว ลองอ่าน เทคนิคการจัดกอง เพื่อเลือกว่าจะวางชุดไพ่ที่ดีไว้กองไหนให้ได้เปรียบสูงสุด

อ่านต่อ